6 ขลุ่ยไม้ไผ่เซียงเฟย

 

ชายหนุ่มบนหลังม้าเค่นเสียงหัวเราะในลำคอก่อนกระโดดลงมาอย่างสง่างาม แล้วยื่นบังเหียนม้าส่งให้เคอหลิ่งหลิน   นางมองมือใหญ่ข้างนั้นแล้วค่อยมองหน้าอีกฝ่ายอย่างประเมินสถานการณ์

                “เอาม้าไปเก็บ”

                “เจ้าแน่ใจแล้วหรือว่ามาถูกที่หมายแล้ว”

                “ขนาดคนรับใช้ยังปากกล้าคงมาไม่ผิดที่แล้ว” 

                ‘คนรับใช้’

 เคอหลิ่งหลินกัดฟันแล้วเชิดหน้าขึ้น ผู้ที่ได้ยินยืนอยู่ใกล้สะดุ้งเฮือก จะเข้ามารับบังเหียนม้านำม้าไปเข้าคอกให้แต่มือเรียวคว้าไว้ก่อน นางยังไม่ทันอ้าปากพูดอะไรชายทั้งสามก็ก้าวเดินเข้าไปในจวนแล้ว 

“คุณหนู ข้าเอาม้าไปเก็บเองขอรับ” คนรับใช้เรียกนางเบาๆด้วยเกรงใจผู้เป็นนาย  เคอหลิ่งหลินแม้จะคลุกคลีกับบ่าวไพร่ตลอดจนนายทหารชั้นผู้น้อย ทว่านางก็ยังเป็นลูกบุญธรรมของแม่ทัพจ้าว

“ข้าต้องรบกวนแล้ว” หญิงสาวยื่นบังเหียนส่งให้ แต่อดชื่นชมม้างามตรงหน้าไม่ได้ นางยื่นมือไปลูบมันเบาๆ “ท่าทางจะเหนื่อยนะ จะให้คนพาไปพักผ่อน”

หากไม่ติดว่านางมีที่ที่ต้องไปแล้วละก็ นางก็คงอยู่ดูว่าผู้มาเยือนเป็นใครกัน แต่เอาเถอะ หญิงสาวไหวไหล่เล็กน้อยแล้วเดินจากออกไปด้วยรอยยิ้ม นางไม่ได้ใส่ใจหรอกหากใครจะมองว่านางเป็นหญิงรับใช้หรือบ่าวไพร่ เพียงแค่ตะขิดตะข่วงใจอยู่ลึกๆ  เป็นคนใหญ่คนโตมาจากที่ใดกันจึงได้มองผู้อื่นด้วยหางตาและหยามเหยียดเช่นนั้น หญิงสาวเดินลัดเลาะตรอกซอกซอยเส้นทางลัดที่ใช้ประจำ ไม่นานก็มาถึงโรงหมอแห่งหนึ่งที่ขึ้นชื่อว่ามีหมอเทวดารักษาผู้คนด้วยความเมตตาอยู่ที่นี่  แต่เคอหลิ่งหลินไม่ได้เจ็บปวดอะไรที่ต้องการพบท่านหมอ นางมาหาอาจารย์ที่ช่วยฝึกสอนเพลงขลุ่ยให้นางต่างหาก

“น้องฟางเหนียง”

เสียงร้องทักก่อนตัวคนจะไปถึงทำให้หญิงสาวงดงามดุจดอกไม้แรกแย้มหันมามองด้วยรอยยิ้ม เบื้องหน้าของนางมีสมุนไพรหลายชนิดที่รอการคัดแยกจัดเก็บเผื่อให้สะดวกต่อการนำไปใช้

                “พี่หลิ่งหลิน” มู่ฟางเหนียงทักทายด้วยรอยยิ้มของหญิงสาววัยสิบหก “ไม่เจอพี่หลิ่งหลินเสียหลายวัน”

                “ข้าเพิ่งกลับมาถึงเมื่อสองวันก่อน ยังเมื่อยขบอยู่จึงมิได้มาหาอาจารย์น้อย” เคอหลิ่งหลินพูดล้อเลียน แต่อีกฝ่ายหัวเราะเสียงใสด้วยกริยาน่ารัก นางชะโงกหน้าข้ามไหล่มองดูสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าเด็กสาว

                “มีอะไรให้พี่สาวคนนี้ช่วยหรือไม่”

                มู่ฟางเหนียงส่ายหน้าไปมาพร้อมรอยยิ้ม “พี่หลิ่งหลินไปไหนมารึ มีอะไรสนุกๆเล่าให้ข้าฟังบ้างซิ”

                “ข้าก็แค่ไปทำงานให้พ่อบุญธรรมเท่านั้นเองไม่มีอะไรสนุกหรอก”  เคอหลิ่งหลินยิ้มบางๆ นางไม่ต้องการให้ใครรู้ว่านางเป็นใคร นางไม่มีเจตนาร้าย แต่ที่ต้องการปิดบังหรือโกหกเพียงแค่การฆ่าคนไม่ใช่ที่ควรพูดถึง โดยเฉพาะเมื่ออยู่กับมู่ฟางเหนียงซึ่งนางนับเป็นสหายและน้องสาว

                “ข้าอยู่ในแต่ในบ้านไม่ได้ออกไปไหนจึงหวังจะได้ยินเรื่องราวผจญภัยในโลกกว้าง” เด็กสาวยิ้มบางๆ แล้วสังเกตเห็นสิ่งที่อยู่ในมือของจ้าวหลิ่งหลิน “นั้นอะไรรึ”

                “อ้อ! ข้าได้ขลุ่ยเลาใหม่ เจ้าพอมีเวลาสอนข้าหรือไม่”

                “ขลุ่ยไผ่เซียงเฟยเหมาะกับพี่หลิ่นหลิงนัก” นางยื่นมือไปรับขลุ่ยเลาใหม่ที่จ้าวหลิ่งหลินเอาออกมาอวดแล้วลองทดสอบเสียงให้ เพลงขลุ่ยกังวานใสทำให้ผู้ที่เดินเข้ามาชะงักเท้าไปครู่หนึ่ง ใบหน้าที่มักจะเคร่งเครียดเสมอเผยความอ่อนโยนเล็กน้อย มองเด็กสาวตรงหน้าแล้วหวนคิดถึงภรรยาที่ล่วงลับไปแล้ว

                “ท่านหมอมู่”  เคอหลิ่งหลินคารวะบิดาของมู่ฟางเหนียง “ข้ามารบกวนอีกแล้ว”

                “ฮืม”.

 

 

ท่านหมอมู่เพียงพยักหน้ารับ มู่หยางซัว เห็นเคอหลิ่งหลินเข้าออกโรงหมอของเขาจนชินตา นางอายุมากกว่า มู่ฟางเหนียง ลูกสาวคนเดียวของเขาสามหรือสี่ปี ทว่านิสัยของเคอหลิ่งหลินซุกซนเหมือนเด็ก และยังชอบให้ลูกสาวของเขาช่วยสอนเพลงขลุ่ยให้อีกด้วย เขาเองก็เห็นว่าบุตรสาวไม่มีมิตรสหายจึงไม่ได้ห้ามปรามอะไร จะว่าไปเคอหลิ่งหลินก็เป็นเสมือนผู้มีพระคุณของมู่ฟางเหนียงด้วย

เมื่อสองปีก่อนเขาเพิ่งพาลูกสาวมาอยู่ชายแดนแห่งนี้ เพียงเพราะได้ยินข่าวเรื่องการสู้รบและคิดว่าตนเองเป็นหมอควรจะอยู่เพื่อช่วยเหลือชาวบ้าน ภรรยาของเขาจากไปนานแล้วทิ้งไว้เพียงลูกน้อยที่งดงามดุจมณีล้ำค่า แต่กระนั้นเขาก็ตระเวนรักษาผู้คนโดยพาฟางเหนียงไปด้วย นางจึงไม่ค่อยมีเพื่อนนัก แต่นางก็ไม่เคยปริปากตำนิผู้เป็นบิดาเช่นเขา จนกระทั่งวันหนึ่งเขาไม่เห็นฟางเหนียงในโรงหมอทั้งที่ปกตินางจะคอยช่วยจัดยาให้เขาเสมอ  กว่าจะรู้ตัวว่าฟางเหนียงหายตัวไปก็เย็นย่ำ เขากับชาวบ้านออกตามหาอยู่ราวสองวันก็ไร้วี่แวว หัวใจของผู้เป็นพ่อแทบแหลกสลาย  นางเป็นแก้วตาดวงใจของเขาและเป็นสิ่งมีค่าสิ่งเดียวที่ภรรยาทิ้งไว้ให้ ทว่าเมื่อเข้าสู่เย็นวันที่สามเขาก็เห็นหญิงสาวคนหนึ่งแบกร่างเล็กๆ อยู่บนหลังเดินเข้ามาหยุดยืนที่หน้าประตูบ้าน

“บ้านท่านหมอมู่ใช่หรือไม่”

“ฟางเหนียง! ฟางเหนียง!”  

“ท่านพ่อ” 

                ลูกสาวที่หลับอยู่ลืมตาขึ้นแล้วส่งเสียงเรียกขานทำให้เขารู้ว่านี่ไม่ใช่ฝันไป หญิงสาวย่อตัวลงให้ฟางเหนียงลงจากหลัง เขารีบเข้าไปประคองลูกสาวที่เนื้อตัวมอมแมม

                “เจ้าไปอยู่ที่ไหนมา พ่อนึกว่าจะเสียเจ้าไปแล้ว”

                “ข้า...ข้า..”

                “นางหลงป่า” เป็นเคอหลิ่งหลินที่เอ่ยตอบแทนคนที่อ้ำอึ้งอยู่

                “หลงป่า? เจ้าเข้าไปทำอะไรในป่า”

                “ข้า...ข้า...”

                “นางไปหาสมุนไพร ท่านลุงอย่าได้ดุนางเลย นางอยากช่วยแบ่งเบาภาระให้ท่าน” เป็นเคอหลิ่งหลินอีกนั้นแหละที่เอ่ยตอบเด็กสาวที่เวลานั้นอายุสิบสี่ปี 

                “ฟางเหนียง ถ้าเจ้าเป็นอะไรไปพ่อจะมีเอาหน้าที่ไหนไปพบแม่ของเจ้าที่ปรโลก”

                “ท่านพ่อ ฟางเหนียงผิดไปแล้ว” นางสำนึกผิด “แต่ข้าโชคดีที่ได้พี่หลิ่งหลินมาช่วยไว้”

                “ฮืม คนเราพบกันเพราะมีวาสนา” เคอหลิ่งหลินยืดอกด้วยท่าทางภูมิใจ “ข้าแอบไปฝึกเพลงขลุ่ยในป่าถึงได้เจอน้องฟางเหนียง”

                “น้องฟางเหนียง?” ท่านหมอมู่เอ่ยทวนสิ่งที่ได้ยิน

                “ก็นางอายุน้อยกว่าข้า ข้าก็เลยยินดีที่จะเป็นพี่สาวให้นาง ข้าเคอหลิ่งหลินอยู่ในเมืองนี้แหละ ถ้าน้องฟางเหนียงอยากเข้าป่าไปหาสมุนไพรอีก ข้าจะพาไปเอง ข้าเติบโตในป่าชำนาญเรื่องเส้นทางในหุบเขาดี”

                “งั้นครั้งหน้าข้าคงต้องรบกวนพี่หลิ่งหลินอีกนะ”

                “ครั้งหน้า! เจ้ายังจะกล้าไปอีกเรอะ! แค่นี้พ่อก็แทบจะสิ้นใจอยู่แล้ว!”

                “อย่ากังวลไปเลยท่านลุง ข้าเคอหลิ่งหลินจะดูแลน้องฟางเหนียงเอง” นางพูดด้วยรอยยิ้ม น้ำเสียงเป็นปกติราวกับเคยชินกับเรื่องเช่นนี้ “แต่ข้าว่าตอนนี้ท่านลุงให้น้องฟางเหนียงได้พักผ่อนก่อนจะดีกว่า ส่วนข้าก็ต้องกลับบ้านแล้วเช่นกัน”

                “บ้านเจ้าอยู่ที่ใดรึ”

                “บิดามารดาของข้าตายจากไปหลายปี ตอนนี้ข้าอาศัยอยู่จวนแม่ทัพจ้าว”

                เขาไม่ได้ซักไซ้ถามอะไรอีก คิดว่านางคงเป็นบ่าวไพร่ในจวนแม่ทัพจ้าวและดูแล้วท่าทางนางเป็นคนมีจิตใจดีจึงไม่ได้ห้ามปรามที่ลูกสาวจะมีเพื่อนหรือพี่ นับตั้งแต่นั้นก็จะเห็นเคอหลิ่งหลินแวะเวียนมาหาฟางเหนียงอยู่เสมอๆ โดยเฉพาะมาให้ฟางเหนียงสอนเพลงขลุ่ยและอ่านโคลงกลอนต่างๆ

                ด้วยความเป็นหมอ มองเพียงปราดเดียวก็สังเกตได้ว่าเคอหลิ่งหลินเคลื่อนไหวร่างกายติดขัด จึงอดเอ่ยปากถามออกไปมิได้

                “ข้าซุ่มซามตกม้าเจ้าคะ หลังกระแทกพื้นเลยเจ็บนิดหน่อย”

                “หากเป็นเช่นนั้นจริงเจ้าคงไม่ได้มาเดินปร๋อเช่นนี้หรอก”

                หญิงสาวได้แต่แสร้งหัวเราะออกมาไม่พูดสิ่งใดอีก

                “พี่หลิ่งหลินบาดเจ็บหรือเจ้าคะ ให้ข้าช่วยดูบาดแผลให้นะ” ฟางเหนียงเป็นทุกข์ร้อนที่รู้ว่าพี่สาวของนางบาดเจ็บ

                “ไม่ๆ เจ้าไม่ต้องมารักษาข้าเลย ข้าไม่ใช่หมาแมวให้เจ้ามาต่อกระดูกผูกเส้นเอ็นนะ” นางรีบกระโดดหนีแต่เพราะเคลื่อนไหวเร็วเกินไปจึงเจ็บแปลบตรงที่บวมช้ำ 

                ท่านหมอมู่ส่ายหน้าไปมา “คงไม่ต้องถึงขั้นนั้นหรอก ให้ฟางเหนียงจัดสมุนไพรให้เจ้าเอาไปใส่น้ำแช่ตัวตอนอาบน้ำจะได้บรรเทาเร็วขึ้น”

                “จริงรึเจ้าคะ” นางไม่ค่อยมั่นใจนัก ไม่ใช่ไม่มั่นใจในฝีมือการรักษาของฟางเหนียวที่ได้รับความรู้จากบิดา แต่เพราะนางไม่ชอบกินยาอะไรทั้งนั้น ซ้ำยังเคยกระดูกหลุดแล้วฟางเหนียงช่วยต่อกระดูกให้ นางจำได้ว่าร้องลั่นป่าจนเก้งกวางวิ่งแตกกระเจิงเลยทีเดียว

                “จริงซิพี่หลิ่งหลิน” ฟางเหนียวหัวเราะน้อยๆ เสียงหัวเราะของนางราวกับเสียงนกร้องเพลง “ว่าแต่ท่านพ่อมีอะไรจะใช้ข้าหรือไม่เจ้าคะ”

                “คุณชายเฉินกลับมารักษาตัวที่บ้านสกุลเหวิน ข้าคงต้องออกไปดูเสียหน่อยเลยจะบอกให้เจ้าอยู่ที่นี่เผื่อมีใครมาให้รักษา เจ้าก็ดูตามสมควร”

                “เจ้าคะท่านพ่อ”

                “คุณชายเฉินมาแล้วหรือ?” เคอหลิ่งหลินไม่เก็บอาการดีใจ ใบหน้าสวยเต็มไปด้วยรอยยิ้มและดวงตาเปล่งประกาย “ท่านหมอมู่ตอนนี้ข้าว่างนะ ข้าช่วยท่านถือของก็ได้”

                ท่าหมอมู่รู้ทันจึงส่ายหน้าไปมา “คุณชายเฉินต้องการความสงบในการพักรักษาตัว เจ้าจะไปเสนอหน้าให้คนเขามองเจ้าไม่ดีงั้นเรอะ”

                กุลสตรีดีๆ ที่ไหนเขาวิ่งเข้าหาผู้ชายโจ่งครึ่มแบบนางเล่า

                “ข้าแค่ตามท่านไปเฉยๆ ไม่ได้ทำอะไรไม่ดีเสียหน่อย”  เคอหลิ่งหลินแสร้งด้วยน้ำใสไร้เดียงสา ทว่าซ่อนแววตาทะเล้นของตนไว้ไม่มิด

                “เจ้าชอบคุณชาย หน้าตาเจ้ามันฟ้อง เดี๋ยวคนอื่นจะมองว่าข้าเอาเจ้าไปยัดเหยียดให้คุณชายเฉินนะซิ”

                “หน้าตาข้าฟ้องขนาดนั้นเลยเหรอ” นางกลับยอมรับหน้าตาเฉยไม่มีความเป็นกุลสตรีที่จะเหนียมอายเมื่อพูดถึงชายที่ตนแอบรักสักนิด

                “เอาเป็นว่าข้าจะไม่พาเจ้าไปด้วย แล้วก็อย่าแอบตามข้าไปเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นข้าจะฟ้องแม่ทัพจ้าว” ท่านหมอมู่ขู่ไปอย่างนั้น ตั้งแต่อยู่ที่นี่มาสองปี เขายังไม่เคยเจอแม่ทัพจ้าวเลยสักครั้ง

                “ก็ได้ๆ ข้าไม่ตามท่านหมอมู่ไปก็ได้” 

                ท่านหมอมู่มองหญิงสาวที่รับคำโดยง่ายผิดกับทุกครั้ง  แต่ไม่มีเวลาที่จะมาใส่ใจเรื่องแบบนี้จึงได้แต่หมุนตัวแล้วก้าวเท้าออกไป มู่ฟางเหนียงเห็นแผ่นหลังบิดาลับตาไปแล้วจึงกระแซะเคอหลิ่งหลินส่งแววตาล้อเลียน

“เพลงขลุ่ยของพี่หลิ่งหลินพัฒนาไปมาก เชื่อว่าชายใดที่ได้ฟังต้องหลงใหลเป็นแน่”

                “เจ้าไม่ต้องมายกยอข้าหรอก ขนาดน้องชายตัวดียังไม่ให้กำลังใจข้าเลย”

“พี่หลิ่งหลินจะไม่ตามไปจริงๆ เหรอ”

                “ท่านพ่อเจ้าไม่ให้ข้าตามไปนี่” นางทำจมูกย่นแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์ “แต่ถ้าข้าไปถึงก่อนก็ไม่เป็นไรใช่ไหม”

                เพียงพริบตา เคอหลิ่งหลินก็ใช้วิชาตัวเบากระโจนออกจากห้องเก็บยาไป มู่ฟางเหนียงได้แต่ยิ้ม นางเป็นลูกสาวคนเดียวที่บิดาเอาแต่ทุ่มเทชีวิตเพื่อรักษาผู้อื่น ทว่านางก็ไม่เคยคิดน้อยใจอะไรเพราะเข้าใจในสิ่งที่บิดาทำ แม้จะแรมรอนร่อนเร่อยู่นานจนเหมือนจะคุ้นชิน แต่เอาเข้าจริงนางก็ยังเหงาอยู่บ้างและใช้วิธีศึกษาตำรายาต่างๆ เพื่อแบ่งเบาภาระของบิดา  ทว่าเมื่อได้พบกับ ‘พี่หลิ่งหลิน’ ชีวิตนางก็เปลี่ยนไป  แม้จะไม่รู้ว่า ‘พี่หลิ่งหลิน’ ของนางเป็นใคร ทำอะไรกันแน่ แต่ก็รู้สึกว่านางเป็นคนดีที่เชื่อใจได้ นางจะเชี่ยวชาญการรักษาที่บิดาถ่ายทอดความรู้ให้ ทว่านางกลับอ่อนด้อยเรื่องทิศทางยิ่งนัก นางเป็นคนที่จำเส้นทางไม่ค่อยเม่นยำมักหลงทางอยู่บ่อยๆ เพราะอย่างนี้นางจึงไม่ค่อยออกไปไหนเพราะเกรงตัวเองจะเป็นภาระผู้อื่น แต่เมื่อเคอหลิ่งหลินมาหานางจึงได้ไปโน้นไปนี่บ่อยขึ้น โดยเฉพาะขึ้นเขาหาสมุนไพรให้บิดา

                “อยากเห็นผู้ชายที่ทำให้พี่หลิ่งหลินฝึกเพลงขลุ่ยจริงๆ”

                มู่ฟางเหนียงยิ้มแล้วลุกขึ้นไปหน้าบ้านซึ่งเป็นทั้งโรงหมอและที่พักอาศัย ปีนี้นางอายุสิบหกแล้วมีแม่สื่อมาทาบทามหลายครั้งแต่นางก็ยังอยากอยู่กับบิดาเช่นนี้ และบิดาก็ตามใจนาง สักวันนางคงเจอใครสักคนที่ทำให้นางอยากบรรเลงเพลงขลุ่ยแสนหวานเหมือนอย่างที่พี่หลิ่งหลินเป็นก็เป็นได้.

.............................................................................

 

 
 

เชิญติดตามนิยายของ "เพลงมีนา" ในราคาพิเศษได้ตามรายชื่อด้านล่างนี้

บุปผาร่ายรัก (นิยายจีนย้อนยุค 18+)
บุปผาต้องมนตร์ (ภาคต่อบุปผาร่ายรัก)
เรือนกระดังงา 20+
SET ซีรีย์ชุดมาเฟียที่รัก 18+
SET ซีรีย์ชุดบัลลังก์ไอยคุปต์ 18+
SET ซีรีย์ชุดจอมใจจอมบงการรัก 18+
บ่วงรักเทพบุตรมาเฟีย (ซีรีย์ชุดมาเฟียที่รัก 18+)
เล่ห์วิวาห์เจ้าชายมาเฟีย (ซีรีย์ชุดมาเฟียที่รัก 18+)
กับดักรักสุภาพบุรุษมาเฟีย (ซีรีย์ชุดมาเฟียที่รัก 18+)
ปรารถนาแห่งฟาโรห์ (ซีรีย์บัลลังก์ไอยคุปต์ 18+)
ไฟรักบัลลังก์ฟาโรห์ (ซีรีย์บัลลังก์ไอยคุปต์ 18+)
ทาสรักลำน้ำไนล์ (ซีรีย์บัลลังก์ไอยคุปต์ 18+)
ลิขิตรักในเพลิงทราย (ซีรีย์เล่ห์รักในรอยทราย 18+)
เล่ห์รักจรัสทราย (ซีรีย์เล่ห์รักในรอยทราย 18+)
เม็ดทรายใต้เรียวรุ้ง (ซีรีย์เล่ห์รักในรอยทราย 18+)
มนต์ทรายเสน่หา (ซีรีย์เล่ห์รักในรอยทราย 18+)
เพลิงพิศสวาทจอมเถื่อน (ซีรีย์ชุดจอมใจจอมบงการรัก 18+)
คุณหมอจอมบงการ (ซีรีย์ชุดจอมใจจอมบงการรัก 18+)
ร้อนรัก CEO เจ้าเสน่ห์ (ซีรีย์ชุดจอมใจจอมบงการรัก 18+)
เล่าเรื่องลับฉบับรักร้อน 18+
แผนลวงบ่วงเสน่หา 18+
ทรายพราวแสง 18+
หนี้รัก จอมพยศ 18+
เพลิงแค้นบัญชารัก 18+
สาปรักรัตติกาล 18+
กลลวงรักเจ้าชายเถื่อน 18+
Facebook’s Sonata (เรื่องสั้น Y)

หรือจะเลือกอ่านแบบเป็นตอนๆ ได้ที่นี่

 

ให้กำลังใจนักเขียนโปรดโหลดอ่านผลงานเล่มอื่นๆ ในรูปแบบ E-Books ได้นะครับ และขอเชิญติดตามผลงานของ เราได้ที่แฟนเพจสำนักพิมพ์ "ธารจันทร์สำนักพิมพ์" หรือ "ผิงดาวสำนักพิมพ์" หรือแฟนเพจของ "เพลงมีนา" ขอบคุณครับ

Comment

Comment:

Tweet