บุปผาต้องมนตร์ ตอน 2

posted on 25 Sep 2017 21:56 by sangsatth in novel

 

“สงบใจหน่อยเหนียงเอ๋อร์” ผู้เป็นพ่อปรามเบาๆ “อาการบาดเจ็บคล้ายกับที่ต้าซื่อเคยได้รับมา แต่ดูเหมือนนางจะโดนพิษ มาเถอะ เจ้าช่วยพ่อจับชีพจรนางก่อน”

                “เจ้าคะ” หญิงสาวนั่งลงตรวจชีพจร อธิบายอาการให้บิดาฟัง

                “น่าจะเกิดจากพิษของไข่มุกหมื่นราตรี”

                “มียารักษาหรือไม่เจ้าคะท่านพ่อ”

                คราวนี้บิดาเข้ามาตรวจอาการเองอีกครั้ง และก็ตรงกับที่ลูกสาวรายงานไป “โชคดีที่พิษถูกสกัดจนกระอักออกมาบางส่วนแล้ว เราช่วยนางขับพิษที่เหลือก็น่าจะปลอดภัย”

                “เช่นนั้นแล้วเหตุใดบรรดาแพทย์ทหารจึงรักษามิได้ละเจ้าคะท่านพ่อ”

                “ก็มิใช่ทุกคนที่จะรู้จักพิษไข่มุกหมื่นราตรี เราต่างเคยได้ยินสรรพคุณของไข่มุกหมื่นราตรีแต่น้อยคนนักจะรู้ว่าที่เจ้าตัวหอยมุกนี้ก็เคลือยพิษป้องกันตนเองไว้ นางไปนำไข่มุกหมื่นราตรีอย่างไรก็ต้องโดนพิษที่เปลือกของมันอยู่ดี”

                “แต่ว่า...คนที่นำไข่มุกราตรีมารักษาคุณชายเฉินเป็นผู้หญิงที่มาจากเมืองหลวง พี่หลิ่งหลินหุนหันออกไปในคราวนั้นก็หายไปนานเกือบสิบวัน ข้าเองก็เป็นห่วงแต่จนใจจะออกตามหา  ทีแรกก็คิดว่าจะขอร้องท่านพ่อให้มาลองสอบถามที่จวนแม่ทัพจ้าว  ก็บังเอิญได้มาพบเสียก่อน” แต่ได้พบสภาพนี้ นางไม่ดีใจเลยสักนิด

                “เอาเถอะๆ เจ้าไปต้มยาให้พ่อก่อน พ่อจะฝั่งเข็มในนาง ให้เลือดลมนางไหลเวียนเป็นปกติ”

                “เจ้าค่ะ”

                หญิงสาวรับคำสั่งแล้วหยิบล่วมยาของท่านพ่อออกมา  หน้าห้องมีคนรอฟังอาการด้วยความกระวนกระวายใจ

                “พี่สาว เอ๊ย! ท่านหญิงถูกพิษไข่มุกหมื่นราตรี ข้าน้อยต้องไปต้มยาให้ท่านหญิง ขอโปรดให้คนนำทางด้วยเจ้าคะ”

                “เช่นนั้นก็มีหนทางรักษาแล้วละซิ” ฮูหยินอี้ซิ่วเช็ดน้ำตา “ชุนเอ๋อร์ เจ้าไปช่วยแม่นางน้อยต้มยาให้คุณหนูที”

                “เจ้าคะ ฮูหยิน” 

ชุนเอ๋อร์รับคำสั่งแล้วพามู่ฟางเหนียงมาทางห้องครัวเพื่อจะได้ต้มยาให้คุณหนู นางคอยช่วยเหลือมู่ฟางเหนียงทุกอย่างด้วยความเต็มใจ ซึ่งน้อยครั้งนักที่มู่ฟางเหนียงจะได้เจอเพราะแค่พูดว่าเป็นหมอหญิงแล้ว คนทั่วไปก็มักมองอย่างดูแคลน นางชินเสียแล้วแต่ขณะเดียวกันนางเองก็ได้พบน้ำใจมากมายตอบแทนการดูแลพวกเขายามเจ็บไข้

“เอ่อ พี่สาว...ท่านหญิงบาดเจ็บได้อย่างไรเจ้าคะ” นางลองถามดู

“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน” ชุนเอ๋อร์เป็นหญิงรับใช้ประจำตัวเคอหลิ่งหลิน พูดแล้วก็ถอนหายใจหนักๆ “คุณหนูของข้าชอบออกไปนอกจวน ทำอะไรมิมีใครรู้ใครเห็น ก่อนไปก็ข้าก็รั้งคุณหนูไม่ทัน นางเพียงแค่ยิ้มแล้วบอกว่าจะรีบกลับมา แต่ไม่คิดว่าคุณหนูจะกลับมาสภาพเช่นนี้”

“ท่าทางพี่สาวจะรักคุณหนูมากนะเจ้าคะ”

“ถ้าข้าเจ็บแทนได้ข้าก็ยินดี ข้าเองก็ได้คุณหนูช่วยเหลือ ไม่อย่างนั้นก็ไม่รู้จะถูกขายไปอยู่ที่ไหน ไม่ได้กินอิ่มนอนหลับมีเสื้อผ้าใส่เช่นนี้หรอก”

“อืม” มู่ฟางเหนียงพยักหน้ารับ หูฟังแต่มือก็ง่วนอยู่กับการเคี่ยวยา มิผิดหรอก คนดีๆ อย่างพี่เคอหลิ่งหลินต้องปลอดภัยแน่นอน 

“พี่สาวเจ้าคะ ข้ารบกวนท่านนำน้ำร้อนสักอ่างไปให้ท่านพ่อของข้าที ข้าเคี่ยวยาอีกสักครู่จะตามไป”

“ได้ๆ ข้าจะนำน้ำร้อนไปก่อน เดี๋ยวข้าจะมารับเจ้านะ เจ้าไม่เคยเข้าจวนเดี๋ยวจะหลงทาง”

“เจ้าคะ”

พอพูดว่าหลงทาง นางก็ยิ้มฝืนไปทันที ข้อด้อยที่สุดของนางคือนิสัยหลงทิศและจำทางไม่ได้นี่แหละ

ตอนที่ยังเด็กกว่านี้ เธอมักหลงทางอยู่บ่อยๆ แม้จะพยายามจดจำแค่ไหน ระยะทางใกล้หรือไกลนางก็หลงอยู่เสมอ พ่อจะถักสร้อยร้อยกระพรวนใส่ข้อมือให้นาง อย่างน้อยก็ได้ยินเสียงเวลาที่นางเดินไปไหนมาไหน นางฝึกฝนท่องตำรายาและจดจำการกดจุดฝั่งเข็มได้อย่างแม่นยำ ทว่านางกลับหลงทางง่ายยิ่งกว่าเด็กเจ็ดแปดขวบเสียอีก ยิ่งพยายามนางก็รู้สึกว่ายิ่งทำให้แย่ลง   แอบบำรุงตัวเองด้วยสมุนไพรแต่ก็ไม่ได้ช่วยให้นางหลงทิศน้อยลงสักนิด นานวันเข้าก็เริ่มถอดใจ นางจึงเลี่ยงที่จะไม่ไปไหนคนเดียว แม้หัวใจของนางจะโบยบินไปในท้องฟ้าแล้วก็ตาม

ยาเคี่ยวได้ที่แล้ว แต่ยังไม่มีคนมารับนาง หัวคิ้วขมวดยุ่ง เอาอย่างไรดี ยาควรดื่มตอนที่ยังร้อนอยู่ เอาเถอะถือออกไปก่อน คนในจวนมีเยอะแยะ นางถามทางกับใครก็ได้ เมื่อตัดสินใจได้แล้วนางก็ประคองชามยาออกมา อาจเพราะว่าดึกแล้ว ในจวนถึงเงียบนัก เงียบไม่เท่าไหร่แต่นางไม่เห็นใครที่จะถามทางได้สักคน

ใจเย็นหน่อยฟางเหนียง เมื่อครู่เดินผ่านอะไรมาบ้างนะ ค่อยๆ นึกและเดินตามทางเดิมซิ

หญิงสาวสงบใจแล้วเดินตามทางที่ตัวเองคิดว่าเดินผ่านมาเมื่อครู่ ขณะนั้นเองนางเห็นเงาร่างไหวๆ อยู่ไม่ไกลนัก หัวใจก็เต้นแรงด้วยความดีใจรีบประคองชามยาในมือ เมื่อเดินเข้าไปใกล้ เงาร่างที่เห็นเป็นร่างของบุรุษรูปร่างสูงและกำยำ กำลังตวัดกระบี่ในมือร่ายรำเพลงกระบี่คล้ายกำลังระบายโทสะมากกว่าฝึกฝนตนเอง

“เอ่อ...” นางอึกอักอย่างไม่รู้จะเรียกอย่างไร โทสะของเขารุนแรงจนเธอที่ยืนอยู่ห่างยังสัมผัสกรุ่นไอนั้นได้

“เป็นผู้ใด!!!”

มู่ฟางเหนียงสะดุ้งเฮือกแต่ยังยืนนิ่งด้วยสีหน้าเรียบเฉย  ปลายกระบี่จ่อที่ปลายจมูกของนาง คล้ายว่าถ้านางหายใจแรงสักนิด กระบี่นั่นก็จะปลิดชีพนางได้ 

บุรุษตรงหน้าขมวดคิ้ว หญิงสาวแปลกหน้ายืนนิ่งสงบได้โดยไม่ส่งเสียงร้องโวยวายและไม่มีท่าทีหวาดกลัวแม้กระบี่อยู่ตรงหน้า เขาเลื่อนสายตาจากโครงหน้าหมดจดของนางไปที่มือของนางที่ถือถาดไม้มีชามใส่น้ำสีเข้มอยู่  เขาจึงลดกระบี่ลง

“ข้าน้อยติดตามท่านหมอมู่มารักษาท่านหญิงและต้องนำยาชามนี้ไปให้ท่านหญิงแต่หลงทาง” นางหลงทางจนชินจึงไม่รู้สึกกระดากอายที่จะพูดอย่างตรงไปตรงมา

“ท่านหมอมาแล้วรึ” ท่าทางของเขาเปลี่ยนไปทันที ความแข็งกร้าวเมื่อครู่จางลงไป “มาเถอะข้าจะพาไปเอง”

“เจ้าค่ะ” 

นางมองเขาหมุนตัวเดินนำหน้าไป แผ่นหลังของเขาช่างกว้างและเต็มไปด้วยพละกำลัง ท่วงท่าการเดินก็องอาจ คงไม่ได้เป็นคนธรรมดาอย่างแน่นอน นางกำลังเดาว่าเขาเป็นใครพลางอมยิ้มน้อยๆ ขนาดพี่หลิ่งหลินของนางที่หลงคิดไปว่านางคงเป็นคนเลี้ยงม้าในจวนแม่ทัพจ้าว มาบัดนี้กลายเป็นท่านหญิงไปเสียนี่   แล้วชายผู้นี้จะเป็นใครกัน

“แม่นางน้อย” เสียงชุนเอ๋อร์ร้องทักทันที นางรีบวิ่งกลับมาด้วยท่าทีกระหืดกระหอบ พอเห็นบุรุษหนุ่มก็ยอบกายลง แต่เขาโบกมือห้ามไว้ก่อน

“ขออภัยที่ข้ามารับเจ้าช้า  คุณหนูกระอักลิ่มเลือดข้าต้องเช็ดตัวให้คุณหนู” นางรีบยื่นมือไปรับถาดยามาเอง

                มู่ฟางเหนียงเห็นเพียงเขาปรายตามองเธอเล็กน้อย หญิงสาวสำรวมกิริยาเดินมาถึงห้องพักของเคอหลิ่งหลิน พอมาถึง บิดาก็เรียกนางให้เข้าไปช่วยทันที ประตูปิดลงไปอีกครู่ใหญ่จึงเปิดออก

                “อาการเป็นอย่างไรบ้าง” ฮูหยินอี้ซิ่วใจร้อนจนต้องชิงถามเสียก่อน

                “ขอบังอาจพูดอย่างตรงไปตรงมา ท่านหญิงถูกพิษร้ายแรงแต่มีผู้ขับพิษออกให้นางแล้ว ทว่าวิธีขับพิษนั้นทำให้ท่านหญิงสูญเสียกำลังภายในไปและอวัยวะภายในยังบอบช้ำสาหัส  ระหว่างที่ร่างกายพักฟื้นนางจะหลับนิทราเช่นนี้”

                “เมื่อไหร่นางจะฟื้น” ฮูหยินอี้ซิ่วยังไม่วางใจนัก แม้ลูกสาวบุญธรรมคนนี้จะซุกซนจนนางปวดเศียรเวียนเกล้าบ่อยครั้ง แต่นางก็อยากเห็นความร่าเริงนั้นมากกว่านอนนิ่งเช่นนี้

                “มิอาจแจ้งระยะเวลาที่แน่ชัดได้  เมื่อร่างกายนางแข็งแรงดี นางจะตื่นเอง”

                มู่ฟางเหนียงลอบมองใบหน้าของชายหนุ่มที่เดินนำทางให้นาง  สีหน้าเรียบนิ่งมีเพียงแววตาไหวระริก เขาไม่ได้มองนางจึงไม่รู้ว่านางมองเขา หญิงสาวเหลือบตามองทิศทางของสายตาของเขา เขาจ้องมองคนที่หลับใหลบนเตียง นางอาจจะอายุเพียงสิบหกและเป็นผู้หลงทิศ แต่ด้วยการติดตามบิดารอนแรมไปทั่วสารทิศทำให้นางเห็นอะไรมามากต่อมาก 

สายตาเช่นนี้...นางเข้าใจความหมายดี.

..........................................
 
เปิดจองแล้วสำหรับท่านที่ต้องการอ่าน บุปผาร่ายรัก
ในรูปแบบหนังสือเล่ม เชิญสั่งจองสั่งซื้อได้ที่ noparut_h@hotmail.com
หรือที่กล่องข้อความ
ในราคาพิเศษ 389 บาท หนังสือหนา 505 หน้า
 
 
 
 
 
ชื่อหนังสือ บุปผาต้องมนตร์ (ภาคต่อของเรื่อง บุปผาร่ายรัก)
 
ผู้เขียน เพลงมีนา


ราคาปก : 499.00 บาท

 

 

 

 

จากบุปผาร่ายรัก สู่เรื่องราวของรองแม่ทัพหนุ่มกับหมอหญิง : บุปผาต้องมนตร์
นิยายจีนย้อยยุคขายดีในเวลาเพียงแค่ 5 วันถูกโหลดอ่านไปแล้วกว่า 150 โหลด
พิเศษโหลดอ่านวันนี้จากราคาปก 499 บาทเหลือเพียง 199 บาท
(หนังสือหนา 700 กว่าหน้า)

 

เชิญติดตามนิยายของ "เพลงมีนา" ในราคาพิเศษได้ตามรายชื่อด้านล่างนี้

บุปผาร่ายรัก (นิยายจีนย้อนยุค 18+)
บุปผาต้องมนตร์ (ภาคต่อบุปผาร่ายรัก)
เรือนกระดังงา 20+
SET ซีรีย์ชุดมาเฟียที่รัก 18+
SET ซีรีย์ชุดบัลลังก์ไอยคุปต์ 18+
บ่วงรักเทพบุตรมาเฟีย (ซีรีย์ชุดมาเฟียที่รัก 18+)
เล่ห์วิวาห์เจ้าชายมาเฟีย (ซีรีย์ชุดมาเฟียที่รัก 18+)
กับดักรักสุภาพบุรุษมาเฟีย (ซีรีย์ชุดมาเฟียที่รัก 18+)
ปรารถนาแห่งฟาโรห์ (ซีรีย์บัลลังก์ไอยคุปต์ 18+)
ไฟรักบัลลังก์ฟาโรห์ (ซีรีย์บัลลังก์ไอยคุปต์ 18+)
ทาสรักลำน้ำไนล์ (ซีรีย์บัลลังก์ไอยคุปต์ 18+)
ลิขิตรักในเพลิงทราย (ซีรีย์เล่ห์รักในรอยทราย 18+)
เล่ห์รักจรัสทราย (ซีรีย์เล่ห์รักในรอยทราย 18+)
เม็ดทรายใต้เรียวรุ้ง (ซีรีย์เล่ห์รักในรอยทราย 18+)
มนต์ทรายเสน่หา (ซีรีย์เล่ห์รักในรอยทราย 18+)
เล่าเรื่องลับฉบับรักร้อน 18+
แผนลวงบ่วงเสน่หา 18+
ทรายพราวแสง 18+
หนี้รัก จอมพยศ 18+
เพลิงแค้นบัญชารัก 18+
สาปรักรัตติกาล 18+
กลลวงรักเจ้าชายเถื่อน 18+

หรือจะเลือกอ่านแบบเป็นตอนๆ ได้ที่นี่

Comment

Comment:

Tweet