บุปผาต้องมนตร์ ตอน 1

posted on 23 Sep 2017 07:39 by sangsatth in novel



 


แนะนำตัวละคร
บทนำบุปผาต้องมนตร์

 

ตอนที่ 1

 

หญิงสาวมองผู้เป็นพ่อกินอาหารมื้อเย็นด้วยรอยยิ้มเมื่อเห็นว่าบิดากินอาหารได้มากนางก็พลอยเบิกบานเพราะนี้เป็นหน้าที่ของลูกสาวอย่างนางที่ต้องดูแลปรนนิติผู้ให้กำเนิดอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง

“นั่งมองพ่อกันแล้วเจ้าจะอิ่มหรือไม่”

“เห็นท่านพ่อกินข้าวได้มาก ลูกก็พลอยอิ่มไปด้วย”

“เจ้าทำอะไรพ่อก็กินทั้งนั้นล่ะ” ผู้เป็นบิดาส่ายหน้าไปมาแต่ลูกสาวทำหน้าโอดครวญ

“ท่านพ่อนี่ขี้เหนียวจริงจะชมฝีมือการทำอาหารของลูกสักคำมิได้หรือไร”

“เจ้าก็ย่อมรู้อยู่ว่าฝีมือทำอาหารของเจ้าไม่ธรรมดา”ผู้เป็นพ่อพูดน้ำเสียงเนือบช้า แต่ลอบมองบุตรสาวด้วยความรักใคร่เอ็นดู “หลายปีมานี่ลำบากเจ้าจริงๆ”

“ลูกบ่นลำบากรึ” หญิงสาวหัวเราะเสียงใส“ลูกโชคดีที่มี

ท่านพ่อเช่นท่าน”


“พูดจาเอาใจพ่ออย่างนี้ จะเอาอะไรจากพ่อเล่า”

“ท่านพ่อไยท่านคิดเช่นนั้นเล่าลูกก็แค่เป็นห่วงท่านพ่อ วันทั้งวันต้องเคี่ยวยาไหนจะต้องตรวจคนเจ็บป่วยอีก ลูกก็อยากให้ท่านพ่อได้พักผ่อนกินข้าวอิ่มท้องก็เท่านั้นเอง”

“เอาล่ะยังไงเรื่องอาหารการกินของพ่อก็อยู่ในมือเจ้าอยู่แล้ว ไหนเจ้าบอกมาซิว่าเจ้าอยากได้อะไร”

“ท่านพ่อพูดตรงเกินไป” หญิงสาวหัวเราะแก้เขินที่บิดารู้ทัน“ลูกแค่อยากจะ...”

ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะพูดจบประโยคเสียงเอะอะอยู่หน้าบ้านก็เรียกสายตาของสองพ่อลูกให้หันไปทิศทางของเสียง

“ไม่ทราบว่าท่านหมอมู่อยู่หรือไม่”

สองพ่อลูกหันมามองหน้ากัน คนเป็นหมอเลือกเวลารักษาไม่ได้ หากมีคนเจ็บคนป่วยมาก็ต้องรีบรับไว้ มันเป็นความเคยชินที่หญิงสาวคุ้นเคยดีนางจึงลุกขึ้นหมายจะเดินไปเปิดประตู แต่บิดาห้ามไว้ก่อน

“มันค่ำแล้วเจ้าออกไปไม่ดีนักเจ้าเก็บสำรับอาหารก่อนเถิด พ่อจะออกไปดูเอง”

“เจ้าคะ”

มู่ฟางเหนียงมองแผ่นหลังของบิดาเดินออกไปแล้วตนเองจึงจัดการเก็บสำรับอาหารที่แทบจะไม่มีอะไรเหลือแล้วไปไว้ในครัว ตั้งแต่จำความได้นางก็หัดทำอาหารของกินเล็กๆน้อยๆ คอยช่วยดูแลบิดามาตลอดเหตุเพราะท่านแม่จากไปตั้งแต่นางยังเด็ก บิดามีนางเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียว สองพ่อลูกร่อนเร่ไปเรื่อยด้วยท่านพ่อของนางคือ ท่านหมอมู่หยางซัวฉายา หมอเทวดาไร้เงา เหตุเพราะท่านพ่ออยู่ไม่เป็นหลักแหล่ง ทั้งเพื่อช่วยผู้คนและหาความรู้เพิ่มเติมทำให้ท่านพ่อกระเตงนางไปทั่วสารทิศ นางเองก็พลอยเป็นลูกมือของท่านพ่อศึกษาเรียนรู้วิชาแพทย์ไปด้วยการเล่นสนุกของนางจึงไม่เหมือนเด็กผู้อื่น นางคลุกอยู่กับสมุนไพร รักษาสัตว์บาดเจ็บเพียงสิบขวบนางก็ฝั่งเข็มเป็น ตอนนี้นางอายุสิบหกความสามารถแม้ไม่เทียบเท่ากับบิดาแต่ก็ไม่ได้ด้อยจนทำให้บิดาต้องอับอาย

สองปีก่อนบิดาพานางมาที่ชายแดนแห่งนี้ด้วยได้ยินว่ามีสงครามชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน นางไม่กลัวอันตรายขอเพียงมีบิดาอยู่ด้วยขึ้นเขาลงห้วยนางล้วนติดตามบิดาไปได้ทุกแห่งหน เมื่อมาถึงก็บังเอิญได้พบ เศรษฐีกู่หลิน เห็นว่าสองพ่อลูกเป็นหมอที่มีเจตนาดีมาช่วยเหลือผู้เดือดร้อนจึงยกเรือนหลังเก่านี้ให้พักอาศัย ซ้ำยังดูแลเรื่องอาหารการกินทำให้ทั้งสองไม่ลำบากมากนัก หลังเสร็จสงครามสิ้นสุดเดิมทีท่านพ่อคิดจะเดินทางต่อ แต่เห็นว่ายังมีชาวบ้านที่ต้องการหมออยู่ไกลเมืองหลวงเช่นนี้ไม่ค่อยมีหมอดีๆหรือมีก็เก็บค่าตรวจรักษาค่อนข้างแพง บิดาจึงรั้งอยู่ต่อ เศรษฐีกู่หลินก็เห็นดีเห็นชอบยกเรือนหลังนี้ให้ท่านพ่อเปิดเป็นโรงหมอเล็กๆอยู่ไปอยู่มาจนถึงตอนนี้ก็เกือบสองปีแล้วกระมัง

“ฟางเหนียงพ่อต้องออกไปข้างนอกนะลูก”

เสียงบิดาทำให้นางตื่นจากภวังค์รีบเช็ดมือแล้วเดินกลับเข้ามาเพื่อช่วยเตรียมล่วมยาให้ท่านพ่อ

“มีคนเจ็บหนักรึเจ้าคะ” นางถามด้วยอย่างกังวล

“เป็นคนในจวนแม่ทัพจ้าวพ่อบ้านส่งรถม้ามารับพ่อ”

“จวนแม่ทัพจ้าว?” มู่ฟางเหนียงทวนในสิ่งที่ได้ยิน“ท่านพ่อให้ลูกติดตามไปด้วยนะ”

“ค่ำแล้ว เจ้าพักผ่อนจะดีกว่า”

“อย่างไรลูกก็ต้องรอท่านกลับบ้านอยู่ดีสู้ให้ลูกติดตามไปด้วยมิดีกว่ารึเจ้าคะ” นางยิ้มแย้มไม่แสดงอาการเหนื่อยหรือเบื่อหน่ายทำให้บิดาพยักหน้ารับตนเองก็เป็นห่วงลูกสาวที่ต้องอยู่บ้านตามลำพังอยู่แล้ว

หญิงสาวจึงรีบเตรียมล่วมยาแล้วเดินตามบิดาอย่างเรียบร้อยพ่อบ้านของจวนแม่ทัพมีท่าทีกระวนกระวาย พอเห็นสองพ่อลูกหมอเทวดาออกมาก็ยิ้มโล่งใจไปเปราะหนึ่งคุณหนูของบ้านบาดเจ็บสาหัสขนาดแพทย์ทหารก็ยังได้แต่ก้มหน้ามิอาจหาหนทางรักษาบุตรสาวบุญธรรมของแม่ทัพจ้าวได้ เขาจึงบากหน้ามาขอความเมตตาจากท่านหมอมู่

“เชิญท่านหมอ”

“คนเจ็บรออยู่อย่าได้พิธีเยอะเลยรีบเดินทางเถิด”

“ขอรับ”

สองพ่อลูกขึ้นรถม้าเป็นที่เรียบร้อยแล้วพ่อบ้านก็เร่งให้ม้าออกเดินทางอย่างรวดเร็ว มู่ฟางเหนียงไม่รู้ว่าตนกับพ่อจะไปรักษาผู้ใดแต่นางก็อยากมาจวนแม่ทัพจ้าวอยู่แล้ว เพราะอยากรู้ข่าวคราวของ พี่หลิ่งหลิน ของนาง นางรู้เพียงแค่ว่าเคอหลิ่งหลินทำงานและพักอาศัยอยู่ที่จวนแม่ทัพจ้าวสองปีก่อนด้วยความอยากแบ่งเบาภาระบิดานางขึ้นเขาหาสมุนไพรเองโดยมิได้บอกผู้เป็นบิดา แต่นางเป็นคนที่หลงทิศง่ายเหลือเกิน เป็นข้อด้อยที่แก้ไม่หายเสียที นางหลงป่าหาทางออกไม่ได้อยู่สามวันสามคืนแม้ทำใจแข็งกลั้นน้ำตาแต่ก็หวาดกลัวจนแทบเสียสติ บังเอิญได้พบกับเคอหลิ่งหลินหญิงสาวที่อายุมากกว่านางแต่นิสัยโผงผางเหมือนเด็กผู้ชายตอนนั้นนางกลัวจนแทบไม่มีแรงเดินเคอหลิ่งหลินให้นางขี่หลังและแบกจากเขาลงมาส่งถึงมือบิดาของนางอย่างปลอดภัย นับตั้งแต่นั้นนางก็ได้พบเคอหลิ่งหลินบ่อยๆ และเรียกนางว่า น้องสาว นางซึ่งเป็นลูกคนเดียวมานานพ่อพารอนแรมแต่เด็กจึงไม่ค่อยมีเพื่อนนัก พอได้รู้จักกับเคอหลิ่งหลินก็เรียกนางว่า พี่สาวเต็มปากและเต็มใจ ทำให้สองปีที่ได้อยู่ที่นี่นางไม่เหงาเหมือนที่ผ่านมา

รถม้าจอดสนิทแล้ว สองพ่อลูกค่อยๆ ลงจากรถโดยมีคนรับใช้มาคอยช่วยถือสัมภาระให้ด้วยกิริยานอบน้อบหมอไม่ใช่อาชีพที่คนทั่วไปนับถือนักแต่เมื่อเห็นกิริยาของคนรับใช้ของที่จวนแม่ทัพแล้ว แสดงว่าได้รับการอบรมมาดี มู่ฟางเหนียงเดินตามแผ่นหลังของบิดา คฤหาสน์หลังงามหรือแม้แต่บ้านไร้หลังคานางล้วนผ่านมาหมดแล้วจึงไม่ได้แสดงอาการตื่นเต้นออกไปมีเพียงท่าทางสงบเสงี่ยมเรียบร้อย เดินตามทางที่พ่อบ้านเดินนำไปถึงห้องพักนางก็ได้ยินเสียงกลั้นสะอื้นของหญิงวัยกลางคน มู่ฟางเหนียงเงยหน้าขึ้นมองด้วยความเข้าใจความรู้สึกนี้คนบนเตียงนั้นคงเป็นที่รักของคนที่รายล้อมอยู่

หมอมู่หยางซัวยกมือประสานคารวะแม่ทัพจ้าวซื่อก่วง แม่ทัพเพียงผงกศีรษะรับ

“เป็นข้าที่ต้องขอบคุณที่ท่านมากลางดึกเช่นนี้”

“คนเจ็บคนป่วยล้วนรอไม่ได้ท่านแม่ทัพอย่าได้เกรงใจไปเลย”

หมอมู่หยางซัวเดินเข้าไปใกล้เตียงของคนเจ็บเพราะอาการสาหัสจึงไม่มีม่านโปร่งบังตามธรรมเนียม ทว่าเพียงเห็นใบหน้าซีดเซียวของคนที่นอนหายใจรวยรินก็ต้องสะดุ้งอาการตื่นตกใจของท่านหมอมู่ทำให้ท่านแม่ทัพขมวดคิ้วด้วยเข้าใจว่าอาการของลูกสาวบุญธรรมคงหนักหนาแน่นแล้ว

“ฟางเหนียง” มู่หยางซัวเรียกลูกสาว

“เจ้าค่ะท่านพ่อ” นางเดินเข้าไปหาตามคำเรียกเพราะเป็นหญิงหลายครั้งที่คนเจ็บคนป่วยเป็นหญิงนางจะได้รับหน้าที่จับชีพจรหรือตรวจวินิจฉัยแทนบิดา แต่พอนางเห็นหญิงสาวที่อยู่บนที่นอนนางก็อ้าปากค้าง

“พี่สาว” ฟางเหนียงทั้งตกใจปนดีใจดีใจที่ได้พบและตกใจที่นางอยู่ในห้องนี้ แสดงว่าฐานะของนางไม่ธรรมดาแน่นอน

“พวกท่านรู้จักลูกสาวของเรารึ” เสียงฮูหยินอี้ซิ่วถามพลางเช็ดน้ำตา

“ลูกสาว?” ฟางเหนียงถามอย่างลืมรักษามารยาทพอนึกได้ก็รีบอธิบาย “สองปีก่อนข้าน้อยขึ้นเขาไปหาสมุนไพรแล้วหลงป่าอยู่สามวันสามคืนสวรรค์เมตตาให้พี่หลิ่งหลินมาพบและช่วยพาข้าน้อยกลับบ้าน นับตั้งแต่นั้นพี่หลิ่งหลินก็มักมาหาเป็นเพื่อนเล่นข้าน้อยเสมอเจ้าค่ะ”

“นั้นแหละนาง นางเป็นเช่นนี้เสมอ ชอบช่วยผู้อื่นแต่ไม่รู้คราวนี้ไปล่วงเกินผู้ใดเข้าจึงบาดเจ็บหนักเช่นนี้”

มู่ฟางเหนียงหันมาทางบิดาเพียงมองตาก็เข้าใจกัน นางจึงเชิญให้ทุกคนออกจากห้องพักนี้ไปก่อน

“ท่านพ่อ นี่จะเกี่ยวกับที่พี่หลิ่งหลินไปหาไข่มุกหมื่นราตรีหรือไม่”เมื่อไม่มีใครแล้วนางก็รีบพูดอย่างร้อนใจ.

 

..........................................
 
เปิดจองแล้วสำหรับท่านที่ต้องการอ่าน บุปผาร่ายรัก
ในรูปแบบหนังสือเล่ม เชิญสั่งจองสั่งซื้อได้ที่ noparut_h@hotmail.com
หรือที่กล่องข้อความ
ในราคาพิเศษ 389 บาท หนังสือหนา 505 หน้า
 
 

 
 
ชื่อหนังสือ บุปผาต้องมนตร์ (ภาคต่อของเรื่อง บุปผาร่ายรัก)
 
ผู้เขียน เพลงมีนา

ราคาปก : 499.00 บาท

 

 

 

จากบุปผาร่ายรัก สู่เรื่องราวของรองแม่ทัพหนุ่มกับหมอหญิง : บุปผาต้องมนตร์
นิยายจีนย้อยยุคขายดีในเวลาเพียงแค่ 5 วันถูกโหลดอ่านไปแล้วกว่า 150 โหลด
พิเศษโหลดอ่านวันนี้จากราคาปก 499 บาทเหลือเพียง 199 บาท
(หนังสือหนา 700 กว่าหน้า)


เชิญติดตามนิยายของ "เพลงมีนา" ในราคาพิเศษได้ตามรายชื่อด้านล่างนี้

บุปผาร่ายรัก (นิยายจีนย้อนยุค 18+)
บุปผาต้องมนตร์ (ภาคต่อบุปผาร่ายรัก)
เรือนกระดังงา 20+
SET ซีรีย์ชุดมาเฟียที่รัก 18+
SET ซีรีย์ชุดบัลลังก์ไอยคุปต์ 18+
บ่วงรักเทพบุตรมาเฟีย (ซีรีย์ชุดมาเฟียที่รัก 18+)
เล่ห์วิวาห์เจ้าชายมาเฟีย (ซีรีย์ชุดมาเฟียที่รัก 18+)
กับดักรักสุภาพบุรุษมาเฟีย (ซีรีย์ชุดมาเฟียที่รัก 18+)
ปรารถนาแห่งฟาโรห์ (ซีรีย์บัลลังก์ไอยคุปต์ 18+)
ไฟรักบัลลังก์ฟาโรห์ (ซีรีย์บัลลังก์ไอยคุปต์ 18+)
ทาสรักลำน้ำไนล์ (ซีรีย์บัลลังก์ไอยคุปต์ 18+)
ลิขิตรักในเพลิงทราย (ซีรีย์เล่ห์รักในรอยทราย 18+)
เล่ห์รักจรัสทราย (ซีรีย์เล่ห์รักในรอยทราย 18+)
เม็ดทรายใต้เรียวรุ้ง (ซีรีย์เล่ห์รักในรอยทราย 18+)
มนต์ทรายเสน่หา (ซีรีย์เล่ห์รักในรอยทราย 18+)
เล่าเรื่องลับฉบับรักร้อน 18+
แผนลวงบ่วงเสน่หา 18+
ทรายพราวแสง 18+
หนี้รัก จอมพยศ 18+
เพลิงแค้นบัญชารัก 18+
สาปรักรัตติกาล 18+
กลลวงรักเจ้าชายเถื่อน 18+

หรือจะเลือกอ่านแบบเป็นตอนๆ ได้ที่นี่

Comment

Comment:

Tweet