หนังสือไม่เพียงแต่เปลี่ยนชีวิต หากแต่...
posted on 27 Oct 2009 08:52 by sangsatth in Ectหนังสือไม่เพียงแต่เปลี่ยนชีวิต หากแต่...
ราวสิบกว่าปีก่อนข้าพเจ้าก็เฉกเช่นเด็กหนุ่มทั่วๆ ไป คือกินเหล้า เที่ยวทุกวัน บ้านเมืองหรือสิ่งต่างๆ รอบตัวเป็นเช่นไรก็หาได้สนใจไม่ จนเมื่อถึงกลางเดือนพฤษภาคม วันที่คนไทยทุกคนจดจำได้มิรู้ลืม วันที่นำพาชีวิตข้าพเจ้าเข้าสู่โลกของการอ่าน – เขียน
เมื่อเหตุการณ์บ้านเมื่อเดินทางมาถึงจุดวิกฤติ สถานบันเทิงรวมทั้งแห่งท่องเที่ยวต่างๆ ต่างปิด ข้าพเจ้าไม่รู้จะไปไหน แต่ด้วยความที่ชอบออกจากบ้านทุกวันก็ตัดสินใจเดินทางไปร่วมชุมนุม หากแต่ความเกรงกลัวที่เกิดขึ้นในใจนั้นก็มิได้นำพาข้าพเจ้าไปถึงจุดศูนย์กลางของสถานที่ชุมนุมได้ และเย็นย่ำของวันนั้น ข้าพเจ้าเหลือบไปเห็นหนังสือและวิดีโอเกี่ยวกับเหตุการณ์ทางการเมืองในอดีต ภาพต่างๆ ที่มีแต่ความทารุณและโหดร้ายที่คนไทยกระทำต่อคนไทยด้วยกัน ช่วยขับเน้นให้ข้าพเจ้าสนใจใคร่รู้ ข้าพเจ้าเลือกหยิบหนังสือขึ้นมาจากแผงริมทางสองเล่ม เล่มหนึ่งชื่อ “6 ตุลาเราคือผู้บริสุทธิ์” และ “ขุนทอง เจ้าจะกลับเมื่อฟ้าสาง” หนังสือเล่มแรกคือหนังสือบันทึกเหตุการณ์ ๖ ตุลา ๒๕๑๙ ส่วนเล่มที่สองเป็นรวมเรื่องสั้นของ คุณอัศศิริ ธรรมโชติ ซึ่งเป็นหนังสือที่ได้รับรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (ซีไรต์)ประจำปี พ.ศ.๒๕๒๔ (ประเภทเรื่องสั้น) เหตุที่ข้าพเจ้าเลือกหนังสือสองเล่มนี้ก็เพราะว่าหนังสือรวมเร่องสั้นเจ้าขุนทองฯ นั้นได้รับแรงบันดาลใจมาจากเหตุการณ์จริงที่มีอยู่ในเล่มแรกนั่นเอง
หากจะว่าไปแล้วข้าพเจ้าไม่ชอบอ่านหนังสือเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะหนังสืออะไร ยิ่งหนังสือเรียนและหนังสือวิชาการแล้วละก็ ข้าพเจ้าแทบจะไม่อ่านเลยก็ว่าได้ แต่เมื่อได้หนังสือสองเล่มนี้มา ข้าพเจ้าให้สัตย์กับตนเองไว้ว่าข้าพเจ้าจะต้องอ่านหนังสือทั้งสองเล่มนี้ให้จบให้ได้ แล้วข้าพเจ้าก็ลงมืออ่าน และเมื่ออ่านจบไม่เพียงแต่ข้าพเจ้าจะชนะใจตนเองเท่านั้น สิ่งต่างๆ ที่ข้าพเจ้าอ่านก็เข้าสู่กระบวนความคิดของข้าพเจ้า แล้วนั้นเองมันก็ทำให้ข้าพเจ้าเกิดฉุดคิดถึงสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวขึ้นมา แน่นอนมันรวมถึงเหตุบ้านการเมืองในขณะนั้นด้วย และเมื่อวิกฤติทางการเมืองผ่านพ้นไป ข้าพเจ้าจากที่เคยเที่ยวเตร่ค่ำไหนนอนนั้น กลับเปลี่ยนเป็นคนใหม่ ไม่เคยกลับไปเที่ยวเตร่แบบเดิมอีก และหลังจากนั้นหนังสือเล่มแล้วเล่มเล่าก็เดินทางเข้าสู่ห้องนอนของข้าพเจ้า จากสองเล่มก็เข้าสู่สิบเล่ม จากสิบเล่มก็เข้าสู่ร้อยเล่ม และจากร้อยเล่มก็เข้าสู่พันเล่มอย่างช้าๆ และจากที่เป็นคนไม่ชอบอ่านหนังสือก็กลายเป็นหนอนหนังสือตัวหนึ่ง
เมื่ออ่านหนังสือมาก ความอยากเขียนก็ตามมา และหลังจากนั้นไม่นานข้าพเจ้าจึงลงมือเขียนหนังสือ ด้วยการอ่านอย่างหนัก และการเพียรเขียนอย่างมุ่งมั่น เรื่องสั้นเรื่องแรกของข้าพเจ้าก็ปรากฏตัวในหนังสือรายสัปดาห์ฉบับหนึ่ง นั้นเองจึงทำให้รู้ว่า นักเขียนนอกจากต้องมีความเพียรพยายามอย่างหนักแล้ว ยังต้องเป็นนักอ่านที่ดีอีกด้วย
เรื่องราวต่างๆ ในโลกของหนังสือนั้นคล้ายดังเพชรเม็ดงามที่รอวันให้เราค้นหา หลากหลายเรื่องราวในนั้นเป็นเรื่องที่ตื่นตะลึงเวลาได้อ่าน เป็นเรื่องที่อัศจรรย์เมื่อเราได้อ่าน และเป็นอะไรอื่นๆ อีกมากมายที่ดี...เมื่อเราได้อ่าน
หนังสือนั้นถ้าหากว่าเราได้สัมผัสมันแล้ว ถ้าหากเราเข้าใจมันแล้ว ถ้าหากว่าเรานำสิ่งดีๆ ในนั้นมาปรับมาปรุงกับชีวิตเราแล้ว หนังสือเล่มหนึ่งที่อัดแน่ไปด้วยตัวอักษรก็สามารถเปลี่ยนแปลงทั้งทัศนคติ ความคิด รวมถึงชีวิตของเราได้เช่นกัน
และแน่นอน หนังสือมิได้เพียงแค่เปลี่ยนชีวิตของเราเท่านั้น หากแต่หนังสือยังสามารถเปลี่ยนแปลงโลกทั้งโลกอีกด้วย
ถ้าหากคุณไม่เชื่อลองหยิบหนังสือที่อยู่ในห้องหรืออยู่ข้างตัวคุณขึ้นมาอ่านซักเล่มซิ แล้วคุณอาจจะมองเห็นโลกนี้แปลกไปจากที่เคยเห็น
ยินดีต้อนรับสู่โลกของการอ่านครับ...
หมายเหตุ บทความนี้ผมเขียนให้กับ โครงการ “ศูนย์ประสานงานเครือข่ายหนังสือเพื่อเด็ก เยาวชน และครอบครัว” ในหัวข้อ “อ่านหนังสือเปิดความคิด ชีวิตเปลี่ยน” เห็นว่าน่าจะพอขึ้นเว็บเพื่อให้ทุกท่านได้อ่านได้
ฝากโครงการ โครงการหนังสือทำมือ : “ในท่วงทำนองเดียวกัน” ด้วยนะครับ
โลกแห่งการอ่าน - เขียนนั้น เพิ่งจริงจังได้ไม่นาน แต่ก็ทำให้ติดงอมแงมได้ง่ายๆ
รอสนับสนุนหนังสือทำมือค่ะ
#1 By rubino on 2009-10-27 09:07